ไม่น่าเชื่อ! แต่ก็เป็นไปได้ วันนี้ผมมีตัวอย่างสุดยอดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีการใช้อินเทอร์เน็ต โซเชียลเน็ตเวิร์คและการตลาดเต็มรูปแบบ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ ให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมยอดขายวันละไม่กี่พันบาท มาเป็นหลายหมื่นบาทภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี
ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจร้านอาหารที่สามารถเรียกได้ว่า ธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป แต่ต้องนับถือความ “มีกึ๋น” ของเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นหนุ่มใหม่ไฟแรงอายุไม่ถึง 30 แต่สามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตได้ขนาดนี้ …. มาดูกัน
เจ๊กเม้งมาแล้วจ้า….
ธุรกิจที่ผมจะแนะนำวันนี้คือ “ร้านก๋วยเตี๋ยว เจ๊กเม้ง” ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่ในเมืองเพชรบุรี มีมานานเกือบ 50 ปี มีก๋วยเตี๋ยว และมีอาหารหลายอย่างมากมาย อยู่ถนนหน้าถนนเขาวัง ไปง่ายมากๆ
ส่วนตัวผมรู้จักร้านเจ๊กเม้งนี้จากทวิตเตอร์ โดยในเดือนมีนาคม ผมเห็นพี่ชาลอต โทณวณิก (@charlot2000) ส่งทวิตเตอร์มาบอกว่า ได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ และเป็นร้านที่มีการนำเอาสื่อออนไลน์ทุกรูปแบบมาใช้ในการโปรโมทร้านค้า ผมเห็นก็เกิดความสนใจ ที่ธุรกิจร้านอาหารสามารถนำอินเทอร์เน็ต และโซเชียล เน็ตเวิร์คมาใช้กับธุรกิจได้ด้วย
สื่อออนไลน์ที่ร้านนี้ได้เอามาใช้ได้แก่ เว็บไซต์ www.jekmeng-noodle.com, เฟซบุ๊ค, ไฮไฟว์, เอ็มเอสเอ็น , แบล็คเบอร์รี, คิวอาร์-โค้ด (QR-Code) เห็นได้เลยว่าร้านนี้ “ไม่ธรรมดา” ใช่ไหมครับ
ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะมาที่ร้านเจ๊กเม้ง จนได้ เพราะในขณะที่ผมไปกำลังขับรถไปหัวหิน ก็ได้บังเอิญอ่านไปเจอทวิตเตอร์ที่พูดถึงร้านนี้พอดี ผมส่งข้อความไปทักทายเจ้าของร้านนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ และได้บอกว่าเดียวจะขอแวะไปทานที่ร้าน
พอขับไปถึงก็ได้พบกับคนที่บริหารร้านนี้คือ คุณไอซ์ (@iczz) ซึ่งหลังจากได้พูดคุย และสัมผัสถึงของให้บริการของร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ พบว่า การให้บริการและการตลาดของร้านนี้สุดยอดมากๆ เลย มาดูกันว่าร้านนี้ทำการตลาดอะไรบ้าง?
เมนูร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง)
เมื่อคุณเข้ามานั่งร้าน ภายในร้านมีทีวีซึ่งมีวีดิโอเพลงทันสมัยๆ (ตอนผมไปเป็นเพลงเกาหลี) เปิดไว้ให้ดู มีโลโก้ร้าน เจ๊กเม้งอยู่ด้านล่างไว้ตลอด พร้อมกับจะมีภาพรายการอาหารจากเมนูในร้าน เพื่อให้คนในร้านนั่งดู และสามารถเห็นรายการอาหารอื่นๆ เพิ่มเติม เป็นการกระตุ้นและสื่อสารกับลูกค้าภายในร้านอีกทาง (เจ้าของร้านนั่งตัดต่อวีดีโอเอง บอกว่าทำไม่ยาก โปรแกรมฟรีๆ มีเต็มไปหมด)
เมื่อคุณทานอาหารเสร็จแล้ว จะมีแบบสอบถาม ว่าคุณทานอาหารแล้วเป็นอย่างไรบ้าง รู้จักร้านนี้จากช่องทางไหน และสิ่งประทับใจ รวมถึงมีการขอข้อมูลลูกค้าเอาไว้ เช่น ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ เป็นข้อมูลที่สำคัญที่ทำให้ทางร้านค้าสามารถ “สื่อสารกลับไปหาลูกค้าอีกครั้ง” ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย และทางร้านยังได้ทำเอกสารแผ่นพับ ขนาดใหญ่ (มาก) แจกลูกค้าทุกคน
โดยในแผ่นผับจะมีเมนูอาหาร ข้อมูลข่าวสารของร้านค้า ช่องทางในการติดต่อ และอะไรอีกหลายๆ อย่างมากมาย โดยมีการพิมพ์ออกมาเป็นประจำ และหลังจากที่คุณทานอาหารเสร็จและออกจากร้านค้ามาแล้ว ทางร้านค้าจะมีการส่งเอสเอ็มเอสมาที่มือถือของคุณเพื่อขอบคุณ ที่มารับประทานอาหารที่ร้านค้า
นอกจากนี้ยังมีการใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค เช่น เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอีกด้วย สนใจติดตามของร้านนี้ สามารถดูได้ที่ เฟซบุ๊คของเจ๊กเม้ง, ทวิตเตอร์ของเจ๊กเม้ง, บีบี พิน, คิวอาร์ โค้ด ,ไฮไฟว์ ของเจ๊กเม้ง http://jekmeng.hi5.com/ เว็บไซต์ของเจ๊กเม้ง -http://www.jekmeng-noodle.com และอีเมล
และหากคุณกลับมาถึงบ้านแล้ว คุณมีภาพถ่ายของคุณหรือกับเพื่อนๆ ที่ร้านเจ๊กเม้ง คุณสามารถส่งภาพที่คุณถ่ายไปที่ร้านเจ๊กเม้ง ทาง email และทางร้านจะพิมพ์ภาพของคุณ มาใส่ในอัลบั้มที่วางโชว์อยู่ในร้านอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่สร้างการบอกต่อ และทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง มีส่วนร่วมกับทางร้าน และนอกจากนี้ทางร้านค้ายังมีการส่งอาหารไปยังกรุงเทพฯ ผ่านบริการรถตู้ สั่งเช้าได้เที่ยงพร้อมกิน และยังมีการจัดเลี้ยง
จากเครื่องมือการสื่อสารง่ายๆ ทั้งหมดที่ผมบอกมา เป็นเครื่องมือที่วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ใช้กัน แต่ความเจ๋งของคุณไอซ์ คือสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของครอบครัวได้เจ๋งเป้งไปเลย.!
คุณเองก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตอยู่แล้วอย่างพวกเฟซ บุ๊ค, ไฮไฟว์, แบล็คเบอร์รี, เอ็มเอสเอ็น และ “หลายๆ คนก็อาจจะใช้เวลาอยู่กับพวกเครื่องมือเหล่านี้ โดยไม่เกิดประโยชน์กับตัวเอง หรือธุรกิจ” ผมอยากให้หันมามองดูตัวอย่างของ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง ที่คุณไอซ์เด็กหนุ่มคนนึง เค้าก็ใช้สิ่งเหล่านี้เหมือนกัน แต่เค้าสามารถนำประยุกต์ใช้เพิ่มรายได้ และมูลค่าให้กับธุรกิจของครอบครัวได้อย่างยอดเยี่ยม
ผมว่าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อว่า…คุณน่าจะได้ไอเดียอะไรบางอย่างในระหว่างที่อ่านเรื่องราวของ ร้านเจ๊กเม้ง ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วละครับว่า “คุณจะนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ ที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบัน มาประยุกต์และใช้กับตัวเองหรือธุรกิจทั้งของตัวเอง-ครอบครัว หรือที่งานของคุณให้เกิดประโยชน์มากขึ้นได้อย่างไร”
ให้เวลาคิด 10 วินาที…. แล้วค่อยอ่านบรรทัดถัดไป….9…8…7….6…5…4…3…2…1…
(เอ้าอย่ามั่วแต่อ่านสิ ให้คิด….ไม่ได้ให้อ่านนะจ๊ะ) คิดๆๆๆๆ เพราะหากคุณไม่คิด บทความนี้จะไม่เกิดประโยชน์กับตัวคุณเลย
สำหรับคนที่คิดได้แล้ว…. ผมจะบอก “ขั้นตอนที่ยากและท้าท้ายที่สุด” ของคุณจะทำก็คือ “การลงมือทำมันจริง” ดังนั้นอย่ามั่วคิด ให้คุณปักลงไปเลยว่าคุณจะเริ่มต้นทำมันวันในวันไหน? หรือถ้าง่ายที่สุด “ก็ทำมันซะเลยสิครับตอนนี้” จะรอให้คนอื่นเอาสิ่งที่คุณคิดไปทำก่อนหรือยังไง….. ลงมือทำเลยครับ
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น